อ้างอิงประมวลรัษฎากร ณ มิถุนายน 2569 — เคสเฉพาะหรือกรณีพิเศษควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีของคุณ

หัก ณ ที่จ่ายเป็นหนึ่งในงานที่ฟังดูง่ายแต่พลาดบ่อยที่สุดในงานบัญชีไทย เพราะหน้าที่หักตกอยู่ที่ “ผู้จ่ายเงิน” — ไม่ใช่ผู้รับ — และถ้าหักผิดประเภท ผิดอัตรา หรือลืมหัก คนที่รับผิดชอบเบี้ยปรับและเงินเพิ่มคือผู้จ่าย

เราเขียนบทความนี้ในฐานะคนที่สร้างระบบประมวลเอกสารภาษีของบริษัทไทยจริง ๆ ทุกวัน ซึ่งแปลว่าเราต้องฝัง logic การหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องในระดับที่อ่านเอกสารจริงแล้วตัดสินได้ ไม่ใช่แค่ท่องตารางในตำรา จุดที่เรารวบรวมไว้ด้านล่างคือสิ่งที่เจอจริงจากเอกสารหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่ทฤษฎี


ตารางอัตราหัก ณ ที่จ่ายที่ใช้บ่อย

อัตราด้านล่างเป็นกรณีที่พบมากที่สุดสำหรับการจ่ายในประเทศ ระหว่างนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

ประเภทเงินได้ อัตราหัก จ่ายให้นิติบุคคล จ่ายให้บุคคลธรรมดา แบบที่นำส่ง
ค่าบริการ / ค่าจ้างทำของ 3% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าเช่า (ทรัพย์สิน) 5% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าขนส่ง 1% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าโฆษณา 2% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าวิชาชีพอิสระ 3% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าสิทธิ (royalty) 3% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ดอกเบี้ย 1% / 15% 1% 15% ภ.ง.ด.53 / ภ.ง.ด.3
ค่าสินค้า ไม่หัก ไม่หัก

หลักจำง่าย:

  • ผู้จ่ายเป็นผู้หัก เสมอ ไม่ใช่ผู้รับเงิน
  • แบบที่นำส่งขึ้นกับประเภทผู้รับ ไม่ใช่ประเภทเงินได้ — จ่ายให้นิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53 จ่ายให้บุคคลธรรมดาใช้ ภ.ง.ด.3
  • นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 ถ้ายื่นผ่านระบบออนไลน์ ตามที่กรมสรรพากรกำหนด)

หมายเหตุ: ตารางนี้ครอบคลุมกรณีที่พบบ่อยสำหรับผู้รับเงินในประเทศ กรณีจ่ายให้ผู้รับในต่างประเทศ (ภ.ง.ด.54), เงินปันผล, หรือเงินได้ประเภทอื่นมีกฎและอัตราเฉพาะที่ต้องดูแยก


6 จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด

ตารางอัตราเป็นแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง ปัญหาจริงอยู่ที่การ “ตีความเอกสาร” ให้ถูก นี่คือจุดที่เราเห็นพลาดซ้ำ ๆ จากเอกสารจริง

1. คิดฐานหักจากยอดรวม VAT (ผิด)

ฐานในการหัก ณ ที่จ่ายคือยอด ก่อน VAT ไม่ใช่ยอดรวมที่บวก VAT 7% แล้ว

ตัวอย่าง: ค่าบริการ 10,000 บาท + VAT 7% = 10,700 บาท หักถูก = 3% ของ 10,000 = 300 บาท หักผิด = 3% ของ 10,700 = 321 บาท

ดูเหมือนต่างนิดเดียว แต่สะสมทั้งปีและตอนตรวจสอบจะกลายเป็นปัญหา ถ้าเอกสารแสดงเฉพาะยอดรวม ต้องถอด VAT ออกก่อนเสมอ

2. ใบเดียวมีหลายประเภทเงินได้ปนกัน

ใบแจ้งหนี้ใบเดียวอาจมีทั้งค่าสินค้า (ไม่หัก) และค่าบริการติดตั้ง (หัก 3%) ปนกัน ต้องแยกหักเฉพาะส่วนที่เข้าข่าย ไม่ใช่หักทั้งใบหรือไม่หักทั้งใบ

นี่คือจุดที่ระบบอัตโนมัติทั่วไปพลาด เพราะมองเอกสารเป็นก้อนเดียว ทั้งที่ความจริงต้องตัดสินทีละรายการ

3. จำสลับอัตรานิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา

ส่วนใหญ่อัตราเท่ากัน แต่ไม่ใช่ทุกประเภท — ดอกเบี้ยจ่ายให้นิติบุคคลหัก 1% แต่จ่ายให้บุคคลธรรมดาหัก 15% การรู้ว่าผู้รับเป็นใครจึงต้องมาก่อนเลือกอัตรา ไม่ใช่ดูแค่ประเภทเงินได้

4. ลืมเกณฑ์ขั้นต่ำ และเข้าใจเกณฑ์ผิด

โดยทั่วไปเริ่มหักเมื่อยอดตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แต่จุดที่พลาดคือ เกณฑ์นี้ดู ยอดตามสัญญา/การจ่ายทั้งก้อน ไม่ใช่แยกต่อใบเพื่อเลี่ยงการหัก ถ้าสัญญาเดียวแบ่งจ่ายหลายงวด ต้องพิจารณายอดรวมของสัญญา

5. แยกประเภท “ค่าบริการ” กับ “ค่าจ้างทำของ” กับ “ค่าสินค้า” ไม่ออก

เส้นแบ่งระหว่างค่าบริการ ค่าจ้างทำของ และการซื้อสินค้าบางครั้งคลุมเครือ โดยเฉพาะงานที่มีทั้งของและบริการรวมกัน การจัดประเภทผิดทำให้หักผิดอัตราหรือหักทั้งที่ไม่ต้องหัก ต้องดูที่เนื้อแท้ของรายการ ไม่ใช่ชื่อหัวเอกสาร

6. ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ไม่ครบ

หักแล้วต้องออกหนังสือรับรองให้ผู้รับด้วย การหักถูกแต่เอกสารไม่ครบก็ยังเป็นปัญหาตอนตรวจสอบ และกระทบเครดิตภาษีของคู่ค้า


ทำไม “ผู้จ่ายต้องรู้เอง” ถึงเป็นภาระจริง

รวมทุกจุดข้างบนเข้าด้วยกัน ทุกใบที่เข้ามาทีมบัญชีต้องตัดสินใจในหัวว่า รายการนี้ประเภทอะไร ผู้รับเป็นใคร ฐานเท่าไหร่หลังถอด VAT ถึงเกณฑ์ไหม อัตราเท่าไหร่ ลงแบบไหน — วันละหลายสิบใบภายใต้เดดไลน์นำส่งวันที่ 7

นี่คือเหตุผลที่เราสร้างเครื่องมือที่ทำขั้นตอนพวกนี้แบบ rule-based ตรวจสอบที่มาได้ และให้คนยืนยันก่อนเสมอ ไม่ใช่ให้ AI เดาตัวเลขแล้วเชื่อทันที เพราะในงานภาษี ความถูกต้องที่อธิบายที่มาได้สำคัญกว่าความเร็วที่ตรวจสอบไม่ได้


คำถามที่พบบ่อย

หัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อนหรือหลัง VAT? คิดจากยอด ก่อน VAT เสมอ ถ้าเอกสารแสดงเฉพาะยอดรวม ต้องถอด VAT 7% ออกก่อนแล้วจึงคูณอัตราหัก

ค่าบริการหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์? ค่าบริการและค่าจ้างทำของหัก 3% ทั้งกรณีจ่ายให้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา

ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร? แบบที่ใช้นำส่งขึ้นกับประเภทผู้รับเงิน จ่ายให้บุคคลธรรมดาใช้ ภ.ง.ด.3 จ่ายให้นิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53 ประเภทเงินได้ไม่ได้เป็นตัวกำหนดแบบ

ซื้อสินค้าต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม? โดยทั่วไปการซื้อสินค้าไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้าใบเดียวมีค่าบริการปนอยู่ด้วย ต้องแยกหักเฉพาะส่วนค่าบริการ

ยอดเท่าไหร่ถึงต้องหัก ณ ที่จ่าย? โดยทั่วไปเริ่มหักเมื่อยอดตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป โดยพิจารณายอดตามสัญญาหรือการจ่ายทั้งก้อน ไม่ใช่แยกต่อใบ

ต้องนำส่งหัก ณ ที่จ่ายเมื่อไหร่? ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบออนไลน์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด


บทความนี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงทั่วไป อ้างอิงประมวลรัษฎากร ณ มิถุนายน 2569 ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมายเฉพาะกรณี สำหรับเคสเฉพาะของธุรกิจคุณ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *